วันพุธที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559

5 เคล็ดลับเก็บเงินของคุณพ่อคุณแม่

5 เคล็ดลับเก็บเงินของคุณพ่อคุณแม่

พ่อแม่ทุกคนอยากเลี้ยงให้ลูกเติบใหญ่เป็นคนดีของสังคม แต่การมีลูกโดยไม่วางแผนทางการเงินที่ดีตั้งแต่เริ่มต้นอาจเป็นจุดเริ่มต้นของปัญหาครอบครัวในอนาคต เนื่องจากการเลี้ยงดูลูกให้ดีต้องทุ่มเทค่าใช้จ่ายและเวลาสูง เมื่อรายได้เริ่มไม่พอกับรายจ่าย หลายครอบครัวอาจเริ่มหาเงินโดยการเป็นหนี้เป็นสิน ปัญหาเยอะ ๆ เริ่มก่อให้เกิดการทะเลาะเบาะแว้งจนหลายครอบครัวต้องหย่าร้างกันไป ดังนั้น ทางที่ดีที่สุด คือ ควรวางแผนทางการเงินให้ดีตั้งแต่ต้น ดังนี้

1.การทำบัญชีรายรับรายจ่าย


การมีลูก 1 คน ประมาณการคร่าว ๆ ว่า จะมีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นขั้นต่ำ ประมาณเดือนละ 10,000 บาท ตั้งแต่เกิดจนถึงจบปริญญาตรี ถ้าทั้งคู่ยังมีรายได้เท่าเดิมแสดงว่า ทั้งพ่อและแม่ต้องวางแผนการใช้จ่ายอย่างรัดกุมเพื่อให้มีเงินมาเลี้ยงครอบครัวและดูแลลูกให้เติบโตอย่างไม่มีปัญหา จะมาใช้จ่ายตามใจฉันแบบอดีตไม่ได้แล้ว

ดังนั้น การทำบัญชีรายรับรายจ่าย เป็นเครื่องมือช่วยให้วางแผนทางการเงินได้ง่ายขึ้น เพราะจะทำให้รู้ว่า รายได้มาจากทางไหนบ้าง และเงินหายไปกับอะไร สามารถนำไปวิเคราะห์ต่อว่าค่าใช้จ่ายนั้นเหมาะสมหรือไม่

นอกจากการทำบัญชีรายรับรายจ่ายแล้ว การนำระบบงบประมาณมาใช้จะช่วยให้จดบันทึกและ ควบคุมเงินให้ใช้จ่ายตามแผนที่วางไว้ได้สะดวกมากขึ้น เมื่อมีรายได้เข้ามาก็จัดเงินเป็นส่วน ๆ และคุมงบประมาณให้อยู่ในงบที่จัดไว้ตัวอย่างในภาพเป็นการจัดงบประมาณการใช่จ่ายรายวันแบ่งเงินมาใช้ประจำวันโดยมาแยกเป็นซอง ๆ ตามวัน ถ้าไม่เกินงบก็จะมีเงินเหลือเก็บ


ตัวอย่างการจัดสรรเงินโดยการแบ่งเงินเป็นส่วนๆ
ที่มา http://teen.mthai.com/variety/94313.html


2.วางแผนการทำประกัน


สำหรับคนมีครอบครัว เรื่องของการเบิกค่ารักษาพยาบาลก็เป็นเรื่องสำคัญที่ต้องวางแผน เพราะถ้าลูกป่วยครั้งหนึ่ง แล้วจำเป็นต้องนอนที่โรงพยาบาล จะมีค่าใช้จ่ายเป็นหมื่นบาทอย่างต่ำ ๆ ถ้าเลือกทำประกันที่มีเงื่อนไขสามารถเบิกค่ารักษาพยาบาลได้ ก็จะสามารถช่วยบรรเทารายจ่ายฉุกเฉินให้เบาบางลงได้ ไม่ต้องเป็นหนี้เป็นสินให้ต้องนำเงินในอนาคตมาใช้ในปัจจุบัน และแผนทางการเงินที่วางไว้ทั้งหมดก็จะเสียหายตาม

นอกจากนั้น การทำประกันยังเป็นผลิตภัณฑ์ที่ช่วยเรื่องของการออมเงินได้อีกทางหนึ่งด้วย เพราะสามารถนำค่าใช้จ่ายในการซื้อประกันมาลดหย่อนภาษีได้ เหมือนนำเงินภาษีที่เราจ่ายไปคืนมาเป็นรายได้ ถ้าเป็นประกันชีวิตพอครบกำหนดก็จะคืนเงินกลับมาให้ และหลายผลิตภัณฑ์มีการจ่ายผลตอบแทนที่ดีเลยทีเดียว

3.วางแผนการลงทุน

ตารางการวางแผนการเงิน

ในการวางแผนทางการเงินสำหรับครอบครัว นอกจากการวางแผนเรื่องค่าใช้จ่ายแล้ว ต้องมีการวางแผนการลงทุนให้เงินงอกเงยออกดอกออกผลเลี้ยงตัวเองยามแก่เฒ่าในอนาคตที่ไม่สามารถทำงานได้แล้ว เงินก้อนนี้จะได้เป็นมรดกให้ลูกหลานต่อไป แต่การลงทุนเป็นเรื่องของการวางแผนในระยะยาว ในช่วงแรก ๆ อาจไม่ค่อยเห็นผลอะไร เพราะเงินน้อยแต่ระยะยาวด้วยมหัศจรรย์ของผลตอบแทนทบต้น เงินลงทุนของเราจะเติบโตจนเลี้ยงเราได้

จากตาราง ถ้าเราลงทุนเดือนละ 2,000 บาท ผลตอบแทน 10% ต่อปี เพื่อให้มีผลตอบแทนเท่ากับค่าแรงขั้นต่ำ 9,000 บาท ต้องใช้เวลาถึง 18 ปี เพื่อจะมีเงินลงทุนเริ่มต้น 1,080,000 บาท แต่จะเห็นว่า ในระยะเวลาเพียง 4 ปี ด้วยพลังของดอกเบี้ยทบต้นทำให้ระดับเงินเดือนยกฐานจาก ค่าแรงขั้นต่ำเป็น เงินเดือนปริญญาตรีพอดี ถ้ามีการสอนลูกสอนหลานให้รู้จักลงทุนตั้งแต่เด็ก ๆ ลูก ๆ ทำงานและลงทุนต่อจนถึงอายุ 41 ปีก็สามารถเกษียณด้วยรายได้ระดับกรรมการผู้จัดการ รายได้เดือนละ 100,000 บาทได้

ในเรื่องของการลงทุนถ้าไม่ถนัดลงทุนเอง สามารถลงทุนผ่านกองทุนรวมได้ โดยเลือกลงทุนกองทุนที่นำเงินจากผู้ลงทุนไปลงในตราสารที่ตรงกับวัตถุประสงค์ผลตอบแทนและความเสี่ยงของผู้ลงทุน

4.สอนลูกเรื่องการเงิน


แผนการที่วางไว้ทั้งหมดจะพังทันทีถ้าคนในครอบครัวโดยเฉพาะลูกใช้เงินแบบไม่คิดหน้าคิดหลัง ไมรู้จักการออมเงินและลงทุน เรื่องการออมนี้ต้องสอนตั้งแต่ยังเด็ก ๆ ให้เป็นนิสัย โดยพ่อแม่ต้องสร้างสภาพแวดล้อมที่ดีให้ลูก จุดสำคัญที่สุดคือคนเป็นพ่อแม่จะต้องเป็นตัวอย่างที่ดีให้แก่ลูก มีการวางแผนการใช้เงิน มีวินัยในการใช้จ่ายและออมเงิน อาจสอนลูกเรื่องการออมเงินโดยผ่านกิจกรรมต่าง ๆ  ที่สอดแทรกความรู้เรื่องการเงินและการลงทุน

5.เพิ่มรายได้


สมัยก่อน การทำธุรกิจส่วนตัวอาจเป็นเรื่องไกลตัว เนื่องจากต้องใช้เงินลงทุนสูง เวลาจะปลีกตัวไปทำงานก็ไม่มี แต่ปัจจุบัน จากเทคโนโลยีครอบคลุมมากขึ้น และราคาถูกลง ทำให้การเริ่มต้นธุรกิจทำได้ง่ายขึ้นโดยเฉพาะการซื้อขายออนไลน์ที่มีคอมพิวเตอร์เพียงเครื่องเดียวก็สามารถเริ่มต้นธุรกิจได้แล้ว ถ้าธุรกิจอยู่ตัวสามารถทำมาค้าขายพร้อมกับดูแลลูกอยู่ที่บ้านได้เลย

การวางแผนทางการเงินสำหรับคนเป็นพ่อเป็นแม่เป็นเหมือนการเดินทางระยะยาว ไม่สามารถทำ ๆหยุด ๆ ได้ ดังนั้น การทำให้การจัดการทางการเงินของครอบครัวสำเร็จได้ต้องมุ่งมั่นอย่างแรงกล้า และต้องได้รับความร่วมมือร่วมใจกันจากทุกคนในบ้าง ทั้งคุณพ่อ คุณแม่ รวมไปถึงคุณลูกด้วย เมื่อวางแผนดี ๆ ชีวิตครอบครัวก็จะมีความสุข

วันพุธที่ 20 มกราคม พ.ศ. 2559

การแข่งขันอุตสาหกรรม net idol

หลังจากติดตาม net idol มาหลายๆคน พบว่าการเติบโตของ net idol สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีสือสาร พฤติกรรมผู้บริโภค และอุตสาหกรรมสื่อ รวมไปถึงเม็ดเงินโฆษณาที่จะลงมาทางสื่อออนไลน์ด้วย

1.โครงสร้างรายได้


ที่ใดมีคนที่นั่นมีเงิน net idol ที่มีคนตามเยอะๆ ก็จะมีงานเข้าทั้ง รีวิวสินค้า 1 รูปได้เงินหลักหมื่นถึงหลักแสนตามยอด like ของ net idol แต่ละคน รวมถึงการออกงานต่างๆ เช่นเปิดตัวเครื่องสำอางค์ ก็จะเชิญ net idol ไปด้วยให้โปโมทที่ fanpage ตัวเอง หรือจะขายของออนไลน์ รับงานพริตตรี้ ถ่ายแบบ ฯลฯ

น้องอสริส ตัวอยางการรีวิวสินค้า
www.facebook.com/alice.karbdecho
สำหรับการรีวิวสินค้า เคยคุยกับเจ้าของแบรนที่จ้าง netidol ช่วยโปรโมทก็ถือว่าได้ยอดขายมาดีใช้ได้ และมีลูกค้าซื้อซ้ำบางส่น

น้องเชอรี่ กับงานอีเว้นโปรโมทหนัง
facebook.com/cherry3kok
ภาพนี้เป็นงานโปรโมทหนังอวสานโลกสวย มีเชอรี่สามโคกแสดงด้วย

2.แนวโน้มอุตสาหกรรม


จากการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีอินเตอร์เน๊ตที่เร็วขึ้น ต้นทุนถูกลง และกระจายวงกว้างมากขึ้น คนมีแนวโน้มเปลี่ยนจากดูทีวีมาจิ้มหน้าจอมือถือมากขึ้น เพราะสามารถเลือกเสพข้อมูลข่าวสารได้ตามต้องการ ไม่ต้องรอสื่อยัดเยียด
สื่อทีวีเติบโตลดลง สื่อออนไลน์เติบโตมากขึ้น net idol ก็เติบโตตามสภาพอุตสาหกรรมเพราะ เป็นคอนเท้นที่น่าสนใจ เนื้อหาหลากหลายตามความชำนาญของแต่ละบุคคล บางคนเน้นโชวนม บางคนโชว์ตลก บางคนเน้นการเมือง การลงทุน ฯลฯ ใครมีจุดเด่นก็คนตามเยอะ ธรรมดาคนก็ลืมๆกันไป เกิดดับเป็นช่วงๆไป อนาคตผมก็ยังไม่รู้ว่าอะไรจะมา

3.สภาพการแข่งขัน


อุตสาหกรรมเติบโตดี และรายได้สูง แต่ก็แข่งขันสูงตามเพาะคู่แข่งเยอะเข้าออกง่าย สินค้าทดแทนก็เยอะ อำนาจต่อรองก็มาก อำนาจต่อรองsupplierก็สูงขึ้นถ้าไม่จ่ายเงินการเห็นของผู้ติดตามก็ลดลง มองว่าระยะยาวรายได้คงไม่สูงเหมือนปัจจุบัน

3.1การแข่งขัน


อุตสาหกรรมนี้แข่งขันกันสูง แต่จากการสังเกต net idol ละคนจะมีกลุ่มลูกค้าเป็นของตัวเอง เช่นน้องมันแกว นมคุณธรรม ก็จะจับกลุ่มลูกค้า ชอบนมและเรื่องการเมือง

น้องมันแกว นมคุณธรรม
ที่มา www.facebook.com/ehodkaw
บางคนก็จับกลุ่มคนชอบกีฬาเช่น น้องมะนาว มณียา ฟักโต จับกลุ่มแฟนคลับ ลิเวอร์พูล

น้องมะนาว
www.facebook.com/manawliverpool

3.2 การเข้ามาของคู่แข่งใหม่


เพราะใครๆก็สามารถสร้างตัวตนบนโลกออนไลน์ได้ เปิดเฟสโพสคอนเท้นไปเรื่อยๆ อุปกรณ์มีแค่กล้องดีๆ กับแอพมือถือ ที่ราคาลดลงเรื่อยๆ มาเร็วไปเร็ว

3.3สินค้าทดแทน


เพี่ยบ ทั้งคอนเท้นที่คล้ายๆกัน และสื่ออื่นๆ

3.4อำนาจต่อรองลูกค้า


สินค้าทดแทนเพียบลูกค้าจะไปตามคนไหนก็ได้ตามจริตเลย

3.5อำนาจต่อรองsupplier


ผมว่าเดี๋ยวนี้ อำนาจต่อรองsupplier สูงขึ้นโดยเฉพาะพื้นที่ที่ให้แสดงผลงานเช่น facebook instragram ฯลฯ มันจะหาช่องเก็บเงินเราเรื่อยๆ เช่น เปิด fanpage ถ้าไม่จ่ายเงินโฆษณาคนก็ไม่เห็นเป็นต้น หรือจะทำเว็บก็ต้องทำ seo แข่งกับเว็บอื่นๆ

โดยสรุป net idol เป็นคอนเท้นหนึงที่กำลังเติบโต รายได้ดีเพราะคนตามเยอะ แต่การแข่งกันก็สูงตาม เม็ดเงินโฆษณาก็มาลงที่สื่อนี้เยอะขึ้นเพราะวัดผลได้ง่ายดี ส่วนอนาคตยังต้องดูต่อไปว่าจะเป็นอย่างไร

วันเสาร์ที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2559

ลาออกมาทะธุรกิจส่วนตัวดีมะ


เวลามีคนมาปรึกษาว่าจะลาออกมาทำธุรกิจ
ถ้าถามเหตผลแล้วบอกว่าลาออกเพราะ "เบื่องาน"
ส่วนใหญ่ผมจะให้ทำงานต่อไป เจ้งชัวร์

เพราะถ้าลาออกแล้ว ธุรกิจส่วนตัว "เบื่องาน" หนักกว่าเดิมอีก
ช่วงแรกๆ ต้อง คิด วิเคราะห์ แยกแยะ ทั้งวัน ลาก็ไ่ม่ได้เพราะค่าเช่าที่ ดอกเบี้ย ค่าแรงลูกน้อง เดินทุกวัน สต็อกขายไม่ออกก็เสื่อมค่า

แต่ถ้าจะออกมาเพราะมีไอเดียธุรกิจกิจ สินค้าเราแก้ปัญหาให้ลูกค้าได้ เริ่มหาลูกค้าเป้าหมายเรียบร้อย วางลู่ทางไว้บ้างแล้ว แค่ขาดความกล้า ค่อยน่าคุย

สู้ๆครับนักธุรกิจทุกท่าน


วันพุธที่ 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558

หลักการเจรจาประนอมหนี้

ไม่มีใครที่อยากเป็นหนี้ แต่เมื่อเป็นหนี้แล้วจ่ายไม่ไหว จะมีหลักการเจรจาประนอมหนี้อย่างไร เนื้อหามาจากบทความ "หลักการเจรจาประนอมหนี้ ง่ายๆ สไตล์ ทนายวิ้น" [1] เชิญอ่านโดยพลัน


1.กรณีก่อนถูกฟ้องเป็นคดี 


ถ้ามีเจ้าหนี้หลายราย ผมจะให้ลูกหนี้รวบรวมจำนวนเจ้าหนี้ทั้งหมด มีหนี้สินรวมเท่าไร ผ่อนชำระไหวเดือนละเท่าไร หลังจากนั้น ผมให้ลูกหนี้ทำหนังสือถึงเจ้าหนี้ทุกราย แจ้งปัญหาที่เกิดขึ้น พร้อมภาระหนี้คงค้าง ของเจ้าหนี้แต่ละราย และขอเสนอวิธีการชำระหนี้

เช่น มีเจ้าหนี้ A B C D ทำหนังสือถึงเจ้าหนี้ A. แจ้งว่ามีใครเป็นเจ้าหนี้บ้างเสนอชำระหนี้ให้เจ้าหนี้ A. ก่อนเจ้าหนี้รายอื่น โดยขอลดดอกเบี้ย หรือ ตัดภาระหนี้ครึ่งหนึ่งหรือ หยุดดอกเบี้ยในอนาคต พร้อมผ่อนชำระขั้นต่ำรายเดือน

หากเจ้าหนี้ A ยินยอมให้ประนอมหนี้ ผมก็ให้ลูกหนี้เริ่มต้นชำระหนี้ครับ (ปกติผมจะเริ่มจากเจ้าหนี้ที่มีภาระหนี้น้อยที่สุดก่อน) ผมจะหนังสือแบบนี้ส่งให้เจ้าหนี้ทุกราย ทางจดหมายแบบลงทะเบียนตอบรับครับ ถ้าเจ้าหนี้รายไหนไม่ยินยอมประนอมหนี้ ก็ให้รอจนกว่าจะชำระหนี้กับเจ้าหนี้รายอื่นๆ เสร็จสิ้น แล้วค่อยกลับมาเจรจากับเจ้าหนี้ที่ไม่ยอมอีกครั้งครับ

2. กรณีถูกฟ้องเป็นคดีแพ่ง


สิ่งที่ต้องทำอย่างแรกเลย คือ ตรวจคำฟ้องครับ ไม่ว่าจะเป็นอำนาจฟ้องเจ้าหนี้ตลอดจนมูลหนี้ ภาระหนี้ อายุความมีข้อต่อสู้ได้ตามกฎหมายหรือไม่หลังจากนั้นดูว่ากำหนดพิจารณาวันไหน เวลาอะไรต้องยื่นคำให้การภายในวันที่เท่าไรครับ

2.1 กรณีมีเจ้าหนี้รายเดียว 


ไม่ว่าจะมีมูลหนี้เดียวหรือหลายมูลหนี้ แบบนี้จะเจรจาง่ายครับ ส่วนใหญ่จะเป็นสถาบันการเงิน
ผมจะเริ่มต้นจากทำเป็นหนังสือขอเจรจาก่อน หากมีเจ้าหน้าที่ติดต่อกลับ ผมจะพาลูกหนี้เข้าไปพบ
หลักการเจรจาตามสูตรเดิมครับ ขอลดดอกเบี้ย หรือ ตัดภาระหนี้ครึ่งหนึ่ง หรือ หยุดดอกเบี้ยในอนาคต
พร้อมผ่อนชำระขั้นต่ำรายเดือน

ถ้าเจรจากันได้ ก็กลับไปทำสัญญาประนีประนอมยอมความที่ศาล

ถ้าเจรจาไม่ได้ก็จะแถลงศาล ขอเข้าศูนย์ไกล่เกลี่ย การเข้าศูนย์ไกล่เกลี่ย เบื้องต้นอาจจะได้เงื่อนไข
ที่ลูกหนี้อยู่ในสภาวะอึดอัดใจบ้าง แต่เมื่อศาลมีคำพิพากษา ตามสัญญาประนีประนอมยอมความแล้ว
ลูกหนี้ยังสามารถกลับเข้าไปเจราจา ขอปรับปรุงโครงสร้างหนี้กับเจ้าหนี้ได้อีก

2.2 กรณีเจ้าหนี้หลายราย


ต่างรุมฟ้องกันมาในคราวเดียวกัน หรือในระยะเวลาใกล้เคียงกัน ผมจะกลับไปใช้วิธีการตามข้อ 1 + ข้อ 2.1 ครับ

3. กรณีถูกฟ้องเป็นคดีอาญาเกี่ยวกับความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค (เช็คเด้ง)


สิ่งที่ต้องทำอย่างแรกเลย คือ ตรวจคำฟ้องเช่นกันครับดูว่าใครเป็นโจทก์ พนักงานอัยการ หรือ เจ้าหนี้
ดูอำนาจฟ้อง มูลหนี้ ภาระหนี้ อายุความมีข้อต่อสู้ได้ตามกฎหมายหรือไม

หลังจากนั้นดูว่ากำหนดพิจารณาวันไหน เวลาอะไรต้องยื่นคำให้การภายในวันที่เท่าไรเตรียมหลักทรัพย์ขอปล่อยตัวชั่วคราว (ประกันตัว)

สิ่งสำคัญที่สุดในคดีอาญา ต้องคิดเสมอว่า ขาของลูกหนี้ข้างหนึ่งอยู่ในคุกแล้ว สถานะทางกฎหมายไม่มีอำนาจมากนัก ต้องให้ลูกหนี้ไปศาลตามกำหนดนัด เพื่อป้องกันการออกหมายจับ และไม่ให้ศาลอ่านคำพิพากษาลับหลังจำเลย

ในคดีเช็ค ไม่ว่าจะมีเจ้าหนี้รายเดียวหรือหลายราย ต้องรีบเจรจาให้ได้ข้อยุติ และทำบันทึกข้อตกลงต่อหน้าศาล เพื่อให้ศาลมีคำสั่งจำหน่ายคดีไว้ชั่วคราวครับ (คดีเช็ค เป็นความผิดต่อส่วนตัวสามารถเจรจาถอนคำร้องทุกข์หรือถอนคำฟ้องได้)

การชำระหนี้ต่อเจ้าหนี้ในคดีอาญา ผมจะให้ลูกหนี้นำเงินมาวางต่อศาลเพื่อให้สำนวนคดีมีการเคลื่อนไหวตลอดเวลา และเป็นการแสดงเจตนาให้ศาลทราบ หากในอนาคตเกิดข้อผิดพลาดขึ้น เช่น ลูกหนี้ผิดนัดชำระหนี้เป็นบางครั้ง และมีการยกคดีกลับขึ้นมาพิจารณาใหม่ ลูกหนี้ยังมีหลักฐานเป็นเอกสารในสำนวนคดี เพื่อขอความเมตตาจากศาลได้ครับ

4. กรณีถูกฟ้องเป็นคดีล้มละลาย


(สำหรับบุคคลธรรมดา มีภาระหนี้ตั้งแต่ 1 ล้านบาท นิติบุคคล มีภาระหนี้ตั้งแต่ 2 ล้านบาท) เบื้องต้นตรวจคำฟ้องตามข้อ 2 และ 3 ครับ และดูต่อไปว่าเจ้าหนี้ที่ฟ้องมา เป็นเจ้าหนี้ตามสัญญาเดิม หรือเป็นเจ้าหนี้ผู้รับโอนสิทธิเรียกร้อง เช่น บริษัทบริหารสินทรัพย์ทั้งหลาย เจ้าหนี้เช่นนี้ ร้อยละ 100 เป็นการรับโอนมาโดยการประมูลหนี้ แน่นอนว่าไม่ได้รับโอนมา โดยเสียค่าใช้จ่ายเต็มมูลค่าตามจำนวนหนี้การรู้ตรงจุดนี้ จะทำให้เราเจรจาง่ายขึ้น สามารถขอลดภาระหนี้ได้มากขึ้นด้วยครับ โดยเฉพาะถ้าเป็นคดีที่ไม่ทรัพย์จำนอง (เจ้าหนี้ไม่มีประกัน)หรือเจ้าหนี้สืบทรัพย์ลูกหนี้แล้วไม่พบ
หลักการเจรจาจะใชัหลักการเดียวกับข้อ 1. ครับ

5.กรณีศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาด


ก่อนถึงวันตรวจคำขอรับชำระหนี้ ลูกหนี้ต้องไปพบเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ (จพท.) เพื่อให้การสอบสวนเกี่ยวกับสถานะการดำรงชีพ มีใครเป็นเจ้าหนี้ ลูกหนี้ บ้าง และหากจะออกต่างประเทศ ต้องทำเรื่องขออนุญาตเป็นรายครั้งไป

สามารถรายงานตัวได้ที่ไหนบ้าง
- สนง. บังคับคดีจังหวัด ที่ลูกหนี้มีภูมิลำเนาตามทะเบียนบ้าน
- กรมบังคับคดี ถ.บางขุนนนท์ เขตบางกอกน้อย กรุงเทพมหานคร

การไม่ไปพบ จพท. จะเป็นเหตุให้ถูกออกหมายจับนะครับ แต่ไม่ใช่เป็นจับเพื่อกักขังหรือคุมขังจับเพื่อให้ได้ตัวมารายงานต่อ จพท. ครับ

ต่อมาเมื่อถึงวันตรวจคำขอรับชำระหนี้ ผมจะตรวจสำนวนคำขอดูว่ามีเจ้าหนี้ทั้งหมดกี่ราย ภาระหนี้รวมกันเท่าไร ภาระหนี้มีสภาพบังคับได้ตามกฎหมายหรือไม่ ถ้าลูกหนี้ประสงค์เจรจา สามารถยื่นคำขอประนอมหนี้ก่อนล้มละลายได้หรือไม่ (เจ้าหนี้ที่ไม่ได้เป็นโจทก์ฟ้องในคดีล้มละลายต้องยื่นคำขอรับชำระหนี้
ภายในเวลาที่กฎหมายกำหนดนะครับ ไม่ว่าหนี้นั้นเราจะไม่เคยผิดนัดชำระหนี้เลยก็ตาม ตลอดจนประกันชีวิตที่เราส่งเบี้ยอยู่ บริษัทประกันจะงดรับเบี้ยเรา และถ้า จพท. ตรวจสอบพบว่า
มีมูลค่าเวนคืนเงินสดในกรมธรรม์ประกันชีวิต จพท.จะใช้ของลูกหนี้เวนคืนกรมธรรม์
เพื่อนำเงินนั้นเข้ากองทรัพย์สินของลูกหนี้ครับ)

ถ้าลูกหนี้ประสงค์ประนอมหนี้ จพท. จะให้เขียนคำขอประนอมหนี้ก่อนล้มละลาย และสำเนาให้กับเจ้าหนี้ทุกรายครับ หลัวจากนั้นเจ้าหนี้จะแจ้งว่ารับหรือไม่รับคำขอ ถ้ารับและศาลมีคำสั่งอนุญาต ก็เริ่มต้นก็ผ่อนชำระตามเงื่อนไขที่ให้ไว้ ถ้าไม่รับ จพท. จะทำความเห็นต่อศาล เพื่อให้ศาลมีคำพิพากษาให้ลูกหนี้ล้มละลาย

การประนอมหนี้หลังล้มละลาย สามารถทำได้ครับ โดยลูกหนี้มีสิทธิขอประนอมหนี้ภายหลัง ที่ศาลพิพากษาให้ล้มละลายแล้วได้อีก

ลูกหนี้ที่ศาลมีคำพิพากษาให้ล้มละลาย ถ้าให้ร่วมมือกับ จพท. ตลอดระยะเวลาการล้มละลายจะใช้เวลาไม่เกิน 3 ปี ครับ

แต่ถ้าลูกหนี้ไม่ให้ความร่วมมือกับ จพท.จพท. จะมีคำขอศาลให้หยุดนับระยะเวลาไว้โดยศาลจะกำหนดระยะเวลาที่หยุดนับทั้งนี้เมื่อรวมระยะเวลาที่หยุดนับจะต้องไม่เกิน 2 ปี ครับ(รวมล้มละลาย 5 ปี)

การนับระยะเวลาล้มละลายยังมีอีก 2 กรณี คือ
ขยายระยะเวลาเป็น 5 ปี และ
ขยายระยะเวลาเป็น 10 ปี
ซึ่งทั้งสองกรณีนี้ ขอละไว้ก่อนนะครับ

เมื่อครบกำหนดแล้ว ศาลจะมีคำสั่งปลดหนี้ลูกหนี้จากการล้มละลาย ส่วนการประกาศราชกิจจานุเบกษา เป็นสิ่งที่กฎหมายกำหนดขั้นตอนไว้

เมื่อลูกหนี้ปลดจากการล้มละลายแล้ว ลูกหนี้ย่อมหลุดพ้นจากหนี้ทั้งปวง (เว้นแต่หนี้ภาษีอากร หรือหนี้ซึ่งเกิดจาก ความทุจริตฉ้อโกงของลูกหนี้ ที่ไม่หลุดพ้นด้วย)

การหลุดพ้นหนี้ หมายถึง สภาพการบังคับชำระหนี้ตามกฎหมาย เจ้าหนี้ไม่สามารถทำได้อีกต่อไป
แต่ภาระหนี้ยังมีอยู่ในระบบ ติดเครดิตบูโรอยู่ จนกว่าเจ้าหนี้จะได้ชำระหนี้เสร็จสิ้นจริงๆ ครับ

[1]ทค. ธนาพงศ์ ทิพย์ภูริพงศ์
Line ID : rawint
FB : thanaphong.rawint

https://www.facebook.com/photo.php?fbid=910618899034176&set=a.119695144793226.22242.100002582231752&type=3&permPage=1

วันอาทิตย์ที่ 25 ตุลาคม พ.ศ. 2558

5 เทคนิคการสร้าง Brand

ธุรกิจไม่มี Brand หรือ ฺBrand ไม่ชัดจะอยู่ลำบาก บริษัทที่มี Brand ชัดๆ ลูกค้าจะรู้สึกว่าเขาจะมีชีวิตที่ดีขึ้นจากสิ่งที่เราอยากจะให้เป็นอย่างไร เช่นเข้าร้านสตาบักแล้วเท่ อยากแชร์ให้ชาวบ้านรับรู้ เจ้าของร้านก็รับทรัพย์ นับเงินกันไม่ทัน

การสร้างแบรนด์ต้องรู้ว่าเรากำลังจะขายใคร ได้ทำตลาดถูก Customer คือกลุ่มลูกค้ามาดูที่ยังไม่จ่ายเงิน Consumer คือลูกค้าที่จ่ายเงิน กับ end-user คือคนที่ใช้สินค้าจริงๆ อย่างไปซื้อนม คนอาจไปดูกันทั้งบาน คนจ่ายเงินคือคุณแม่ ส่วนคนกินคือลูก ดัังนั้นเราต้องพยายามเน้นไปที่ Consumer inside พยายามทำความเข้าใจลูกค้าให้ลึกๆ เพราะพวกนี้เขาเป็นคนจ่ายเงิน

เมื่อรู้จักลูกค้าแล้ว เวลาจะสร้าแบรนด์มีเรื่องต้องคิด 5 เรื่องดังนี้ เวลาคิดให้เขียนแต่ละข้อออกมาเป็น 1 ประโยคสั้นๆ และควรมีประเด็นเดียว ถ้ามีหลายประเด็นลูกค้าจะจำไม่ได้ ทำแบรนด์ไปก็เสียเวลา

1.Believe


ต้องดูว่าเราจะสื่อสารเรื่องราวให้ลูกค้าจะมองเห็นและมีความเชื่อกับแบรนด์เราว่าอย่างๆไรโดยมี 2 ประเด็นที่ต้องคิดคือ

  • Brand Meaning เราให้ความหมายของแบรนด์อย่างไร
  • Brand Character แบรนด์เรามีลักษณะให้คนคนอื่นรู้สึกอย่างไร

2.Relevant


แบรนด์เราทำให้ชีวิตลูกค้าดีขึ้นได้อย่างไร ส่วนใหญ่ก็เป็นการแก้ปัญหาอะไรซักอย่างให้ลูกค้าของเรา คนเรามีปัญหาร้อยแปด ถ้าบริษัทเรามีแบรนด์ดีๆ เวลาลูกค้ามีปัญหาก็จะนึกถึงเรา เงินจะไหลมาเทมา

3.Ability


แบรนด์เรามีความสามารถเฉพาะตัวอะไร 

4.Network


ช่องทางที่ทำให้คนอื่นรู้จัก จะสื่อสารสร้างแบรนด์ช่องทางไหนก็ว่าไป

5.Differentiated


ความโดดเด่นที่ไม่เหมือนใคร แบรนด์เราทำอะไรที่เด่นๆ และไม่เหมือนชาวบ้าน ใช้เป็นจุดขายได้ แต่ถ้าจะอยู่อย่างยั่งยื่นต้องแข่งด้วยความสามารถที่คนอื่นยากที่จะเลียนแบบได้ จะเป็นการป้องกันคู่แข่งเข้ามาได้ซักพักหนึ่ง 

หัวใจของการสร้างแบรนด์ให้แข็งแกร่งอยู่ที่ข้อ 2 และ 4 ถ้าแต่ละแบรนด์สามารถตอบโจทย์ลูกค้าได้ว่า ทำให้ชีวิตดีขึ้นได้อยางไร และมีความแต่กต่างจากลูกค้าอย่างไร แบรนด์เราก็จะเข้มแข็ง เงินทองก็จะไหลมาเทมา เยี่ยมจริง





 

วันพฤหัสบดีที่ 15 ตุลาคม พ.ศ. 2558

3เรื่องที่ต้องระลึกเสมอเวลาพูดกับลูกน้องไม่ให้งานล่มจม

เวลาพูดกับลูกน้อง ถ้าพูดไม่ดีคนก็ไม่อยู่กับเรา ระยะยาวงานเสียหายบริษัทล่มจม David Rock ได้กล่าวไว้ในหนังสือ Quiet Leadership ถึงหนึ่งในทักษะที่ผู้บริหารที่ต้องการดึงศักยภาพของลูกน้องให้มีผลการปฏิบัติงานที่ดีขึ้น คือ การพูดที่มีเจตนาดี โดยที่คำพูดนั้นจะต้อง...

1.กระชับ รวบรัด


เห็นภาพสิ่งที่คุณต้องการจะพูด ทำให้ลูกน้องเข้าใจถึงสิ่งที่คุณต้องการสื่อออกไป หากคุณอารัมภบทยาวนานเกินไป หรือพูดบ่นด่าแต่ปัญหาที่เกิดขึ้นไปแล้ว คนฟังก็คงไม่สามารถเข้าใจสิ่งที่คุณพูดว่าคุณต้องการอะไร จำไว้ว่าหน่วยความจำของสมองในการทำงานของคนเรามันมีจำกัด!

2.เฉพาะเจาะจงในสิ่งที่คุณพูด


 เช่น ไม่ควรพูดว่า "ไว้ค่อยคุยเรื่องนี้กันวันหลัง" แต่ให้พูดว่า "ไว้คุยกันเรื่องนี้บ่ายสามโมงวันนี้ว่าเราจะมีหัวข้ออะไรบ้างในการประชุมวันพุธหน้า" เมื่อมีความเฉพาะเจาะจง คุณได้สร้างความไว้วางใจให้กับลูกน้องของคุณได้เป็นอย่างดี และเค้าสามารถรู้ถึงสิ่งที่คาดหวังได้

3.มีเมตตาต่อคนฟัง


มุ่งเน้นไปที่ผลกระทบในเชิงบวกต่อลูกน้องของคุณ เลือกคำพูดอย่างระมัดระวัง และให้ความสนใจในการสนทนาแบบเต็มที่

การพูดที่มีเจตนาดีต้องใช้ระยะเวลาในการฝึกฝน แต่ทุกคนก็สามารถทำได้ โดยก่อนอื่นต้องตระหนักรู้ในตัวเองก่อน ว่าการพูดของเราเป็นแบบไหน และทุกครั้งที่จะพูดคุยกับลูกน้อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องการพัฒนาผลการปฏิบัติงาน ให้ถามตัวเองก่อนว่าสิ่งที่เรากำลังจะพูดนั้นมัน กระชับ เจาะจง และมีเมตตา หรือเปล่า

ที่มา https://www.facebook.com/CoachACoach/photos/a.1129329067082189.1073741828.1129140050434424/1197766286905133/?type=3

วันพฤหัสบดีที่ 8 ตุลาคม พ.ศ. 2558

วิธีทำให้ blogger แสดงรูป preview บน facebook ได้ถูกต้อง


ปัญหา blogger แสดงผลรูป preview บท facebook ไม่ถูกต้อง หรือขนาดภาพไม่ได้ เป็นปัญหาใหญ่สำครับคนทำเว็บที่ไม่ได้ใช้ wordpress อย่างผมมาก เพราะเวลาเอาบบทความไปแชร์ ตาม social media ต่างๆ แล้วมันไม่แสดงผลอย่างที่เราต้องการ ทำให้ยอดแชร์ไม่ได้ดั่งใจ หลังจากมั่วๆมาซักพัก ก็เจอวิธีการครับแค่ใส่ CODE Open Graph tags ไปนิดเดียว

แก้ไข HTML
ใส่CODE 
CODE ที่ต้องก็อบไปแปะ ระหว่าง tag <HEAD></HEAD>

<!-- Begin Open Graph metadata -->
<b:if cond='data:blog.postImageThumbnailUrl'>
<meta expr:content='data:blog.postImageUrl' property='og:image'/>
<b:else/>
<meta content='URL ของรูปที่จะให้แสดงถ้าไม่มีรูปในบทความ' property='og:image'/>
</b:if>
<meta content='600' property='og:image:width'/>
<meta content='315' property='og:image:height'/>
<!-- End Open Graph metadata -->

โค๊ต Open Graph tags นี้จะบอก facebook ให้รู้ว่า

  • ให้เอารูปมาในโพสมาแสดง ไม่ต้องไปหาที่ไหน
  • ถ้าในบทความไม่มีรูป ก็จะเอา ภาพจากURL ของรูปที่จะให้แสดงถ้าไม่มีรูปในบทความ
  • ทำรูปให้มันกว้าง 600 สูง 315
ภาพออกมาสวยงาม
นอกจากนี้ยังมีคำแนะนำจาก facebook (https://developers.facebook.com/docs/sharing/best-practices) บอกมาว่า
  • ภาพที่ดีควรมีขนาด 600 x 315 แต่ที่แนะนำคือ 1200x630 หรือคิดเป็นสัดส่วน 1.91:1
  • ถ้าขนาดต่ำกว่า 200 x 200 ภาพจะไม่ขึ้น
ทีนี้เวลาโพส ถ้าเราอยากมั่นใจว่าภาพจะเป็นอย่าไร ให้
  • ไปทดลองดูภาพที่ URL Debugger https://developers.facebook.com/tools/debug แล้วก็รอดูว่าภาพจะเป็นอย่างที่เราต้องการหรือเปล่า
  • กำหนดค่า og:image:width และ og:image:height  ลงใน Open Graph tags ซะเลย ในโคตที่่ให้ ก็อบวางผมตั้งค่าไว้ที่ 600 x 315 
หวังว่าบทความนี้คงช่วยมิตรสหายได้นะครับของคุณครับผม